CGTN: ความสัมพันธ์ "สีทอง" ระหว่างจีน-คีร์กีซสถานสร้างประโยชน์ให้ทั้งสองประเทศและภูมิภาคอย่างไร

Share

เนื่องในโอกาสการเดินทางเยือนกรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) แห่งจีน เพื่อเยือนรัฐอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมสุดยอด Shanghai Cooperation Organization ทาง CGTN ได้เผยแพร่บทความวิเคราะห์สถานะความสัมพันธ์ทวิภาคีในปัจจุบัน ตลอดจนแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายประสานความร่วมมือผ่านเวทีพหุภาคีเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ทั้งสองประเทศและในวงกว้างยิ่งขึ้น

ปักกิ่ง, 1 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ — 

การก่อสร้างทางรถไฟจีน–คีร์กีซสถาน–อุซเบกิสถานกำลังเร่งตัวขึ้นในเอเชียกลาง โดยงานก่อสร้างในส่วนของคีร์กีซสถาน ซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 60% ของความยาวทั้งหมด กำลังดำเนินไปอย่างเต็มกำลังในโครงการเรือธงของ Belt and Road Initiative

ในการชูผลกระทบในวงกว้างของโครงการ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งจีนกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า โครงการความร่วมมือสำคัญระหว่างจีนกับคีร์กีซสถาน ซึ่งรวมถึงทางรถไฟสายดังกล่าว มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยให้การสนับสนุนอย่างมีประสิทธิผลต่อการพัฒนาของทั้งสองประเทศ สร้างประโยชน์แก่ประชาชน และส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

ในการหารือกับประธานาธิบดี Sadyr Japarov แห่งคีร์กีซสถาน สีกล่าวว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับคีร์กีซสถานเพื่อประสานยุทธศาสตร์การพัฒนาให้สอดคล้องกันยิ่งขึ้น กระชับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ ผลักดันให้ความร่วมมือเชิงปฏิบัติเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น และสร้างความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างประชาคมจีน–คีร์กีซสถานที่มีอนาคตร่วมกัน

ความสัมพันธ์ทวิภาคีเข้าสู่ช่วงเวลา "สีทอง"

เมื่อเดินทางถึงกรุงบิชเคกเมื่อวันอาทิตย์เพื่อเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการ สีกล่าวในแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ความร่วมมือทวิภาคีได้เข้าสู่ช่วงเวลา "สีทอง" แห่งการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

Japarov ซึ่งมีมุมมองสอดคล้องกับการประเมินของสีในการหารือกันในวันถัดมา ยืนยันว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีได้เข้าสู่ช่วงเวลา "สีทอง" และอยู่ในระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ พร้อมเรียกจีนว่า "มิตรที่ใกล้ชิดที่สุดและหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ที่สุดของคีร์กีซสถาน"

สีกล่าวในคำกล่าวเปิดการหารือว่า ภายใต้การนำของผู้นำทั้งสองประเทศ ความสัมพันธ์ทวิภาคีได้ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด โดยความร่วมมือในทุกด้านเติบโตอย่างคึกคักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

จีนเป็นหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่ที่สุดและแหล่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของคีร์กีซสถานมาอย่างยาวนาน ตัวเลขการค้าสะท้อนแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น โดยมูลค่าการค้าทวิภาคีในปี 2568 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 27,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน

แนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อเนื่องในปี 2569 โดยมูลค่าการค้าระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมอยู่ที่ 11,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของการส่งออก "สามผลิตภัณฑ์ใหม่" ของจีน ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และผลิตภัณฑ์เซลล์แสงอาทิตย์ ตลอดจนสินค้าเครื่องจักรกลและเครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังประเทศในเอเชียกลางแห่งนี้ ขณะที่มูลค่าการลงทุนโดยตรงสะสมของจีนในคีร์กีซสถานทะลุ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์จีน

เมื่อวันจันทร์ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือมากกว่า 20 ฉบับ ครอบคลุมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษา การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและวัฒนธรรม ตลอดจนสื่อ และได้แลกเปลี่ยนเอกสารของข้อตกลงทวิภาคีที่ครอบคลุมด้านการลงทุน การคมนาคม ศุลกากร และความร่วมมือระหว่างเมืองพี่น้อง

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศยังได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้านระหว่างจีนและคีร์กีซสถานในยุคใหม่ในระดับคุณภาพสูง และสนธิสัญญาทวิภาคีว่าด้วยความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความร่วมมืออย่างถาวร

การลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าวจะเป็นรากฐานทางกฎหมายที่สำคัญสำหรับทั้งสองประเทศในการรักษามิตรภาพอันยาวนานและการสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างมั่นคง สีกล่าว ขณะที่ Japarov กล่าวว่า สนธิสัญญาดังกล่าวจะเปิดโอกาสที่กว้างขึ้นสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคี

การเยือนรัฐของประธานาธิบดีสีซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับวันครบรอบ 35 ปีแห่งเอกราชของคีร์กีซสถาน แสดงให้เห็นเพิ่มเติมถึงมิตรภาพอันลึกซึ้งและความไว้วางใจทางการเมืองในระดับสูงระหว่างทั้งสองประเทศ ตลอดจนเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทวิภาคี Japarov กล่าว

ประสานงานใกล้ชิดยิ่งขึ้นภายใต้กรอบพหุภาคี

ในฐานะประเทศผู้ก่อตั้ง Shanghai Cooperation Organization (SCO) และสมาชิกกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) เช่นเดียวกัน จีนและคีร์กีซสถานมีจุดยืนสอดคล้องกันในการธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมและความยุติธรรมระหว่างประเทศ และส่งเสริมการพัฒนาที่เปิดกว้างและครอบคลุม

ท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศและภูมิภาคที่ซับซ้อนและผันผวน จีนและคีร์กีซสถานประสานงานกันอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางพหุภาคีต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงสหประชาชาติ (United Nations) กลไกจีน-เอเชียกลาง (China-Central Asia) และ SCO

ตัวอย่างเช่น จีนสนับสนุนและยินดีต่อการที่คีร์กีซสถานได้รับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเดือนมิถุนายน ขณะที่คีร์กีซสถานได้เข้าร่วม World Artificial Intelligence Cooperation Organization (WAICO) ซึ่งจีนเป็นผู้เสนอและมีสำนักงานใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้ รวมถึง International Organization for Mediation ซึ่งมีฐานอยู่ในฮ่องกง

สีกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า จีนสนับสนุนคีร์กีซสถานในการมีบทบาทมากขึ้นในกิจการระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค และพร้อมเสริมสร้างการประสานงานกับคีร์กีซสถานภายใต้กรอบของสหประชาชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับคีร์กีซสถานเพื่อต่อต้านลัทธิเจ้าอำนาจนำนิยมและการเมืองแห่งอำนาจ ยึดมั่นในพหุภาคีนิยมที่แท้จริง ปกป้องความเป็นธรรมและความยุติธรรมระหว่างประเทศ และผลักดันการพัฒนาระบบธรรมาภิบาลโลกที่มีความเป็นธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น

Japarov กล่าวว่า โครงการริเริ่มระดับโลกสำคัญ 4 ด้านของจีนในด้านการพัฒนา ความมั่นคง อารยธรรม และธรรมาภิบาล ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายร่วมกัน และสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่มีความเป็นธรรมและมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า คีร์กีซสถานพร้อมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับจีนบนเวทีพหุภาคีต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงสหประชาชาติ, SCO, กลไกจีน-เอเชียกลางและ WAICO เพื่อร่วมกันธำรงสันติภาพและเสถียรภาพของโลก

https://news.cgtn.com/news/2026-08-31/How-China-Kyrgyzstan-golden-ties-deliver-for-both-nations-and-beyond-1Q3Uaj6u7Yc/p.html

 

Source : CGTN: ความสัมพันธ์ "สีทอง" ระหว่างจีน-คีร์กีซสถานสร้างประโยชน์ให้ทั้งสองประเทศและภูมิภาคอย่างไร

The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Siam News Network.

Read more

Latest PR News